วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Toyota Supra

Toyota Supra ความแรงจากอดีตจนถึงปัจจุบัน



สุดยอด Super Car ที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น ยี่ห้อหนึ่งนั้นก็คือ Supra จาก Toyota นั่นเอง Supra จัดเป็นสุดยอดรถสปอร์ทขับเคลื่อนล้อหลัง ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก มีชื่อเสียงในด้านความแรงจาก บล็อกเครื่องยนต์ที่สร้างชื่อเสียงที่สุด JZGTE ด้วยรูปร่างหน้าตาการออกแบบที่ไม่เป็นรองใคร สมรรถนะการเกาะถนน และด้วยเครื่องยนต์เพียง 3,000 ซีซี เสียภาษีต่ำกว่า เส้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยกว่าแต่ให้พลังเทียบเท่ารถ Super Car ระดับ 300 กว่าแรงม้า แต่ก่อนจะมาเป็น Supra ให้พวกได้เห็นกันในปัจจุบัน จริงๆ Supra ได้สร้างตำนานความแรง มาอย่างยาวนาน พวกเรา thaispeedcar มามองย้อนกลับไปในอดีตกันกว่าว่า Supra ผลิตกันขึ้นมาแล้วกี่รุ่น แต่ละรุ่นมีข้อพิเศษอย่างไรกันบ้าง
2000 GT 
เริ่มตำนานในปี 1965 ด้วยทางบริษัท Toyopet หรือ Toyota ในปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์ระดับแนวหน้าแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้ออกแบบสร้างรถสปอร์ท ออกมาเพื่อเข้าร่วมรายการแข่งขัน1966 Japanese Grand Prix และรายการ Fuji 24-Hour Race ในปี 1967 ด้วยการผลิตต้นแบบ 2000 GT ในรูปทรงของรถสปอร์ทคูเป้ หน้ายาว ภายในห้องเครื่องบรรจุขุมพลังขนาด 150 แรงม้า 2,000 ซีซี รหัส 3M และเครื่องยนต์รหัส 2 M ขนาด 2,300 ซีซี แบบ 6 สูบแถวเรียง ควบคุมการเปิดปิดวาวล์ด้วยระบบ Dual Overhead Cams ป้อนเชื้อเพลิงด้วยคาบูเรเตอร์ถึง 3 ตัว ของSolex ส่งกำลังผ่านเกียรธรรมดา 5 สปีด เฟืองท้ายระบบ Limited Slip Differential หยุดพลังด้วยดิสเบรก 4 ล้อ ความเร็วตีนปลายก้าวไปได้ถึง 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง Toyota 2000GT เป็นรถที่ได้รับความนิยม ทั้งยังเคยเป็นรถประกอบภาพยนตร์ James Bond ทำให้ 2000GT เป็นรถที่มียอดจัดจำหน่ายสูงมากในอดีต แต่ในปัจจุบัน 2000GT จัดเข้าสู่ทำเนียบรถยนต์ Classic Car หายาก และราคาแพงมาก ถือว่าเป็นต้นแบบรถคุณปู่ของ Supra ในปัจจุบัน
Mark I (MK 1) Celica Supra 
ผลิตขึ้นในปี 1979 ถึงปี 19981 รหัสตัวถัง MA45, MA46, MA47
MK1 ถือเป็นต้นกำเนิด Supra รุ่นแรก พื้นฐานการสร้างถือต้นแบบมากจาก 1978 Toyota Celica Liftback หรือที่บ้านเราเรียกกันว่า เซลิก้า รุ่นแอร์โร่ว์ โดยขยายฐานล้อให้ยาวขึ้นอีก 129.5 มิลิเมตร กันชนหน้าแบบ Big Bumper ไฟหน้าต่างจาก เซลิก้าแบบไฟกลม 4 ดวงเป็นไฟเหลี่ยม และออฟชั่นที่ต่างกันเช่นกระจกไฟฟ้า เซนทัลล็อค หลังคาซันรูปในรุ่น Top MK1 แบ่งเป็นได้ 3 รุ่นคือ
1979 MA45 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง รหัส M-EU แบบ 12 วาล์ว SOHC ให้พลัง 110 แรงม้า เป็นตัวที่จำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น แต่ในรุ่นที่จำหน่ายในอเมริกา จะใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.6 ลิตร รหัส 4M-E ให้พลัง 110 แรงม้าเท่ากัน
1980 MA4 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร แบบ Turbo Charger ของ Garret T03 ไม่มีอินเตอร์คูเลอร์ รหัสเครื่องยนต์ M-TEU ปั่นพลังได้ 145 แรงม้า ถือเป็นเครื่องยนต์รุ่นแรกของ Toyota ที่ใช้ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์จากโรงงาน
1981 MA47 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร ในรหัส 5M-E เป็นเครื่องยนต์แบบ SOHC 12 วาล์ว ให้แรงม้าเพียง 116 แรงม้า แต่ให้แรงบิดสูงถึง 145 ft•lbf (197 N•m) และสามารถทำความเร็วที่ระยะทาง 1/4 ไมล์ได้ 17.5 วินาที ถือว่าเร็วแล้วในสมัยนั้น
Mark II (MK 2) Celica Supra 
ผลิตขึ้นในปี 1982 – 1986 รหัสตัวถัง MA61, MA63, MA67, GA61
การออกแบบฉีกแนวความเป็นรถคลาสสิก ให้เป็นรถยนต์รุ่นใหม่ในรูปทรงโฉบเฉียวทันสมัย เป็นการนำไฟหน้าแบบ Pop-up มาใช้เป็นครั้งแรกของ Toyota รูปแบบสปอร์ทคูเป้ 3 ประตู ฟลูออฟชั่น ตัวถังมีความยาว 4460.9 mm กว้าง 1719.6 mm สูง1320.8 mm ช่วงล่างได้รับการดีไซน์มาจากบริษัท Lotus ด้วยระบบ MacPherson Struts ด้านหน้า ระบบอิสระล้อหลัง Semi – Trailing Arm Suspension ระบบดิสเบรก 4 ล้อ มีให้เลือกทั้งเกียรธรรมดา 5 สปีด และเกียรออโตเมตริก 4 สปีด ควบคุมด้วยอิเล็คทรอนิคส์ ECT ส่วนเครื่องยนต์ของรุ่นนี้มีถึง 6 รุ่น ตั่งแต่ 5M-E ในรุ่นเก่า MK I 2.8 ลิตร 116 แรงม้า เครื่องยนต์เทอร์โบอย่าง M-TEU 2.0 ลิตร 145 – 160 แรงม้า 5M-GEU 2.8 ลิตร 160 แรงม้า 5M-GE 170 แรงม้า และเครื่องยนต์ในบล็อกที่นักแต่งเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตาตระกูล G แบบแถวเรียง 6 สูบ 2.0 ลิตรอย่าง 1G-EU 125 แรงม้า และ 1G-GEU ให้แรงม้าแบบสบายๆที่ 160 แรงม้า
Mark III (MK 3) Toyota Supra 
ผลิตขึ้นในปี 1986 กลางปี – 1992 รหัสตัวถัง MA70, MA71, GA70, JZA70
เป็นรุ่นที่ผลิตขึ้นด้วยการผสมผสานระหว่าง Celica รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า MR2 เครื่องวางกลางขับหลัง และ Supra MK II จนได้เป็นรุ่นใหม่อย่าง MK III ในเครื่องยนต์วางหน้าตามยาว ขับเคลื่อนล้อหลัง รูปแบบสปอร์ท 3 ประตูคูเป้ MK III แบ่งออกเป็น 4 รุ่นตามรหัสของเครื่องยนต์ที่ซุกอยู่ใต้หน้าฝากระโปรงหน้า
MA70 ใช้เครื่องยนต์รหัส 7M-EU แบบ Twincam 24V 6 สูป 3.0 ลิตร 2,954 ซีซี ให้แรงม้า 200 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที
MA71 ใช้เครื่องยนต์ 2,954 ซีซี เท่ากัน แต่ได้พ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์รหัส CT26 ของ Toyota ระบายความร้อนด้วยอินเตอร์คูเลอร์ ระบบการสั่งการจุดระเบิด distributor-less การจ่ายไฟแบบคอยล์อิสระ ควบคุมการทำงานด้วย Super Computer ในบล็อกเลื่องชื่อ 7M-GTE กับระยะช่วงชัก 83 X 91 กำลังอัด 8.4:1 น้ำหนักเครื่องยนต์ 119.5 กิโลกรัม สามารถสร้างพลังได้ 232 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที และรุ่นพิเศษที่เรียกกันว่า Supra Turbo Aในรหัส 7M-GTEU ด้วยการ Upgrade ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์หลายอย่าง เปลี่ยนองศาแคมชาร์ป หัวฉีดขนาด 550 ซีซี แรงดันเทอร์โบจาก 6.8 psi เป็น 14 psi ( 1 bar ) ทำให้แรงม้าพุ่งขึ้นสูงถึง 267 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที
GA70 ใช้เครื่องยนต์บล็อกเล็ก 1G-GTE ขนาด 2.0 ลิตร 1,988 ซีซี Twin cam 24V อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ Twin turbo รหัส CT 12 ระบบระบายความร้อนด้วยอินเตอร์คูลเลอร์แบบอากาศ air-to-air และwater-to-air แบบอินเตอร์น้ำ ให้แรงม้าที่ 185 แรงม้าในรุ่นแรก หรือที่บ้านเราเรียกกันว่าปลั๊กเหลือง และ 210 แรงม้าในรุ่นปลั๊กเทา ที่บ้านเราเรียกกัน
JZA70 หรือที่เรียกกันว่า 2.5GT ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2,491 ซีซี รหัส 1JZ-GTE แบบ Twin-cam 24V อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 ลูก รหัส CT 20 ระยะช่วงชัก 71.5 X 86 มิลิเมตร กำลังอัดที่ 9.1:1 มีแรงม้าถึง 280 แรงม้าที่ 6200 รอบต่อนาที ใน และ 300 แรงม้าในรุ่นระบบวาล์วแปรผัน VVT-i ที่ใช้เทอร์โบเดี่ยว CT12B เป็นตัวอัดอากาศ
Toyota Supra รุ่นนี้เป็น Generation ที่ 4 ของสายพันธ์การผลิต Supra การออกแบบดีไซน์ ถือเป็นการออกแบบที่ทาง Toyota ได้ทำการทุ่มเทมากที่สุดเพื่อให้เป็นสุดยอดรถสปอร์ต ที่สวยงาม และลงตัวที่สุด การออกแบบยังคงใช้รูปแบบคูเป้ 2+2 ที่นั่ง ซึ่งที่นั่งด้านท้ายมีความกว้างไม่มาก เหมาะกับเด็ก หรือสัตว์เลี้ยงเท่านั้น ที่เรียกกันว่า Dog seat ไฟหน้าตัดแบบ Pop-Up ออกไป เปลี่ยนมาใช้โคมไฟหน้าขนาดใหญ่ สวยงามกว่า และให้ผลต่ออากาศพลศาสตร์มากกว่า ด้วยค่าสัมประสิทธ์แรงเสียดทานอากาศเพียง 0.33 และ 0.30 สปอยเลอร์หลังทรงสูง ที่ออกแบบมาพอดีกับหลังคารถ ซึ่งผู้ขับขี่จะไม่รู้สึกถึงความสูญเสียทัศนะวิสัยแต่อย่างไร  
 
ช่วงล่างของ Supra ถูกพัฒนาให้เหนือชั้นใกล้เคียงรถ Super Car ระดับโลก ด้วย Double wishbone type coil spring ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ปีกนกแบบ อะลูมิเนียม ดิสเบรกหน้าแบบ 4 port และ 2 port ดิสหลัง เสริมความปรอดภัย ด้วยระบบ ABS (Antilock brake system) ระบบป้องกันการล้อฟรี ลื่นไถลในสภาวะทุกพื้นถนน TRC (Traction control system) ระบบเฟืองท้ายแบบ LSD (Limited slip differential) ทำให้แรงม้าถ่ายทอดลงพื้นได้อย่างเต็มที่ ในรุ่น Turbo จะใช้ล้อ 5 ก้านแบบ aluminum alloy น้ำหนักเบาและแข็งแรง พร้อมยางขนาด 225/50/16 ด้านหน้า และ 245/45/16 ด้านหลัง
 
Drive
Rear 
Suspension - frontwishbones, coils, anti-roll bars 
Suspension - rearwishbones, coils, anti-roll bars 
SteeringRack & Pinion (power assisted) 
LSDTorsen LSD (RZ/GZ)Optional on SZ
ABSYesn/a
Traction controlYes (RZ/GZ)Optional on SZ
Turning circle (m)10.8 (35.5 ft) 
Brakes - front296mm 2 potOptional: 323mm 4 pot
Brakes - rear307mm 1 potOptional: 324mm 2 pot
Wheels - front16" * 8"Optional: 17" * 8"
Wheels - rear16" * 9"Optional: 17" * 9.5"
Tyres - front225/50 - 16Optional: 235/45 - 17
Tyres - rear245/45 - 16Optional: 255/40 - 17
Kerb Mass (kg)1490 - 1510 (RZ/GZ)1430-1470 (SZ)
Fuel tank (l)70 (15.4 gall) 
CD0.33 (RZ/GZ)0.30 (SZ)
 
ระบบส่งกำลัง และเฟืองท้าย เป็นครั้งแรกที่ทาง Toyota ได้นำระบบส่งกำลังด้วยเกียรธรรมดาแบบ 6 สปีดมาใช้กับรถยนต์ของตน ซึ่งจะใช้อัตราทดเฟืองท้ายในเครื่องเทอร์โบ 3.266 N/A 3.769แต่ก็ยังมีแบบ 5 Speed ให้ยังเลือกใช้กัน ใช้เฟืองท้าย 4.083 และแบบเกียรอัตโนมัติแบบ 4 Speed ทั้งในรุ่น Turbo เฟืองท้าย 3.769และ N/A ขนาด 4.083
 
Gearbox6 Speed (V160) / (V161)5 Speed (W58)Auto (A343E)
First3.827 / 3.7243.2852.804
Second2.360 / 2.2461.8941.531
Third1.685 / 1.5411.2751
Fourth1.312 / 1.20510.705
Fifth1.000 / 1.0000.783n/a
Sixth0.793 / 0.818n/an/a
Reverse3.280 / 3.1923.7682.393
Final Drive3.266(all TT) / 3.769(NA)4.083(NA)3.769(TT) / 4.083(NA)
เครื่องยนต์ของ Supra  แบ่งได้เป็น 4 รุ่นคือ
2JZ-GE ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบ DOHC 24 V 2,988 ซีซี กำลังอัดสูงสุด 10.0:1 ไม่มีเทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้กำลัง 220 แรงม้า ที่ 5,800 รอบต่อนาที ใช้เทคโนโลยีแบบ Y-pipe ที่คอไอดี มีลิ้นช่วยรีดความเร็วอากาศทำให้มีแรงบิดดีทั้งรอบต้น และรอบปลาย TRC ลดรอบเครื่องอัตโนมัติ เมื่อล้อหลังเกิดการหมุนฟรี หรือลื่นไถล ให้กำลัง 220 แรงม้า ที่ 5,800 รอบต่อนาที
2JZ-GTE (Japan Spec) ใช้เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร กำลังอัด 8.5:1 เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ Two way twin turbo ด้วยเทคโนโลยีแบบ sequential ที่เทอร์โบจะทำงานทีละตัว ลดการอรอบ ให้กำลังต่อเนื่อง ใบหลังแบบ CERAMIC น้ำหนักเบากว่า รหัส CT12B แรงดันเทอร์โบ 0.68 บาร์ หรือ 10 ปอนด์ ควบคุมระบบอ่านอากาศด้วย Map Senser จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดขนาด 430 ซีซี ทั้ง 6 หัว ระบายความร้อนด้วย อินเตอร์คูเลอร์
ทำให้ได้แรงม้าออกมายันเพดานกฎหมายญี่ปุ่นที่ 280 แรงม้า แต่ให้แรงบิดมากถึง 323 ฟุต/ปอนด์

2JZ-GTE (UK Spec) ใช้พื้นฐานเครื่องตัวเดียวกันกับ Japan Spec แต่ได้เปลี่ยนเทอร์โบให้มีขนาดโตขึ้นด้วย รหัส T12B ใบหลังเป็นเหล็ก เพิ่มแรงดันเทอร์โบเป็น 0.82 บาร์ หรือ 12 ปอนด์ เปลี่ยนหัวฉีดเป็นขนาด 540 ซีซี และเปลี่ยนระบบการอ่านอากาศเป็นแบบ Airflow Senser เพิ่มองศาแคมชาร์ปเป็นขนาด 233 องศา ลิฟต์ 8.25 มิลิเมตร ทำให้แรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 320 และ 326 แรงม้าในรุ่นที่ขายในอังกฤษ แต่แรงบิดเพียง 315ฟุต/ปอนด์
2JZ-GTE VVTi ผลิตขึ้นในปี 1998 ใช้พื้นฐานมาจากเครื่องยนต์ 2JZ-GTE โดยเพิ่มระบบ Valuable Vale Timing Intelligent หรือ VVTi ให้กับฝาสูบของเครื่อง เพื่อการควบคุมคุณภาพไอเสีย โดยการเปลี่ยนองศาแคมชาร์ปให้ต่ำ และสูงตามรอบการทำงานของเครื่องยนต์ เทอร์โบใช้เป็น Twin Turbo มีพลังเพิ่มขึ้นอีก 5 แรงม้า และแรงบิดเพิ่มขึ้นอีก 10 ฟุต/ปอนด์ มีให้เลือกทั้งเกียรธรรมดา 6 สปีด และเกียรอัตโนมัต
 
Janpan Spec
UK Spec
Horsepower280 hp320 hp
Torque323 ft/lb (1997 VVTi 338 ft/lb)315 ft/lb
Injectors430 cc540 cc
Injector ImpedanceHigh ImpedanceLow Impedance
Inlet Cam Duration224 deg233 deg
Inlet Cam Lift7.8mm8.25mm
Airflow MeasurementMAP sensorAirflow sensor
Sequential Turbo'sCT20A (Ceramic) see Note 1 belowCT12B (Steel)
Turbine Size60mm/48mm (inducer/exducer)52mm/44mm (inducer/exducer)
Compressor Size62mm/39mm (inducer/exducer)58mm/39mm (inducer/exducer)
Turbine materialCeramicSteel
Scroll area (mm^2)600740
A/R ratio0.420.5
Model Supra แบ่งออกเป็น 4 รุ่น ตาม Type การผลิตคือ
Type SZ
เป็นรุ่นมาตรฐานของ Supra ใช้เครื่องยนต์รหัส 2JZ-GE แบบ 6 สูบ 3.0 ลิตรไม่มีเทอร์โบชาร์จเจอร์ 225 แรงม้า มีให้เลื่อกทั้งเกียรธรรมดา 2 สปีด และเกียรออโต้เมตริก 4 สปีด
SZ รหัส E-JZA80-ALMVF (M/T), E-JZA80-ALPVF (A/T)
SZ Aero Top E-JZA80-AJLPVF ที่หลังคาสามารถเปิดออกได้แบบ TRAGA
SZ-R รหัส E-JZA80-ALMSF
Type RZ 
ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 2JZ-GTE 280/320 แรงม้า ในปี 1998 ขึ้นไปใช้เครื่อง 2JZ-GTE VVTi มีให้เลือกทั้งเกียรธรรมดา 5 สปีด เกียรธรรมดา 6 สปีด และเกียรออโต้ 4 สปีด
RZ E-JZA80-ALPQZ ภายในเป็นเบาะผ้า Airbag, ABS, Cruise Control
RZ-S E-JZA80-ALPVZ ภายในเป็นเบาะหนังปรับไฟฟ้า
Type GZ
เป็นรุ่นที่ผลิตขึ้นในปี 1993 – 1995 เท่านั้น ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 2JZ-GTE 280 – 320 แรงม้า มีเฉพาะเกียรธรรมดา 6 สปีด และเกียรออโต้ 4 สปีด
GZ รหัส E-JZA80-ALPZZ เบาะหนังแท้ปรับไฟฟ้า Airbag, ABS, Cruise Control, Active Spoiler
GZ Aero Top รหัส JZA80-AJPZZ ที่หลังเปิดได้แบบ TRAGA
ModelRZ / GZ (Twin Turbo)SZ (NA)
Max Power (kw)209 @ 5600 (280 hp)168 @ 6000 (225 hp)
Max Torque (nm)44.0 @ 3600 (323 ft/lb) (1997 VVTi 46.0 = 338ft/lb)29.0 @ 4800 (213 ft/lb)
Compression ratio8.5:110
Inductiontwin turbon/a
Transmission6 spd man/4 spd auto5/6 spd man/4 spd auto
Bore * Stroke(mm)86.0 * 86.086.0 * 86.0
Capacity (cc)29972997
Valvesefi/twin cam/24vefi/twin cam/24v
Intake valve dia.33.5 mm33.5 mm
Intake valve lift7.8 mm8.3 mm
Exhaust valve dia.29.0 mm29.0 mm
Exhaust valve lift8.4 mm8.4 mm
Intake opening3 deg BTDC to 41 deg ABDC3 deg BTDC to 52 deg ABDC
Exhaust opening52 deg BBDC to 4 deg ATDC52 deg BBDC to 4 deg ATDC
Sequential turbosCT20A (ceramic)None
Turbine Size60/48 mmn/a
Compressor Size62/39 mmn/a
Turbine materialCeramicn/a
Turbo Scroll area600 (mm^2)n/a
Turbo A/R ratio0.42n/a
Minor Chang Supra
นอกจากนี้ Supra ยังได้มีการเปลี่ยนแปลงที่บอดี้ และอุปกรณ์ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละรุ่น แต่ละปี และแต่ละโซนการแบ่งขาย เช่นใน ญี่ปุ่น และ ยุโรป ดังนี้
Japan Spec
1993-1995 ไฟหน้าเป็นแบบพลาสติกใส โคมด้านในเป็นสีเงิน ข้างแก้มมีไฟเลี้ยวสีส้ม ไฟท้ายกรอบเป็นสีดำ เลนซ์ไฟนูนขึ้นจากกรอบ
1996 เปลี่ยนไฟเลี้ยวแก้มจากสีส้ม เป็นสีขาว
1997-1998 เปลี่ยนไฟหน้าเป็นแบบโคมในสีดำ ตัดไฟเลี้ยวข้างแก้มออกไป เพิ่มไฟเบรกดวงที่สาม และชุดไฟท้ายเป็นแบบตาเพชร กรอบไฟท้ายใช้เป็นสีเทา เลนซ์ไฟท้ายถูกจัดวางให้ลึกลงไป เปลี่ยนเครื่องยนต์แบบ VVTi
UK Spec
1993-1994ไฟหน้าเป็นกระจกใส กรอบด้านในเป็นสีดำ มีปุ่มฉีดน้ำไฟหน้าติดอยู่ที่กันชน มีสคูปฝากระโปรงหน้า โคมไฟหลังเป็นแบบมีไฟถอยอยู่ระหว่างกลาง และไมล์แบบ 320 กม/ชม
1995 มีรุ่นพิเศษขึ้นมาชื่อรุ่น SE หรือ Supra Limited Edition เป็นการฉลองครบรอบ 15 ปีของ Supra
1998 ภายในเปลี่ยน พวงมาลัยเป็นแบบ 4 ก้าน และเครื่องยนต์แบบ VVTi

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น